สภาพอากาศในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เมื่อถึงฤดูฝน แต่ฝนกลับไปตกตามฤดู ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปโดยที่เราอาจไม่ทันตั้งตัว ทำให้มนุษย์ในทุกวันนี้มีภูมิต้านทานโรคที่อ่อนแอลง บวกกับเชื้อโรคที่มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ทำให้มีคนเจ็บป่วยมากขึ้น

ที่สำคัญในปัจจุบันมีคนจำนวนมากเป็นโรคยอดฮิตนั่นก็คือ โรคภูมิแพ้ ซึ่งมักจะแสดงอากาศออกมาในรูปแบบต่างๆ วันนี้เราจึงขอนำเสนอเกี่ยวกับ โรค ภูมิแพ้ ทาง เดิน หายใจ ใครที่กำลังสงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวกำลังเป็นโรคนี้อยู่ ไปติดตามกันเลยจ้า

สาเหตุที่ทำให้เกิด โรค ภูมิแพ้ ทาง เดิน หายใจ

  1. พันธุกรรม เมื่อเด็กที่มีพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นโรคภูมิแพ้ แน่นอนว่าลูกย่อมมีโอกาสที่จะเป็นโรคภูมิแพ้มากกว่าคนอื่นทั่วไป และเมื่อถูกกระตุ้นต่อสิ่งที่แพ้ก็จะแสดงอาการทันที
  2. สิ่งแวดล้อมรอบตัว ในบางคนอาจจะไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้โดยพันธุกรรม หากแต่เกิดเป็นโรคภูมิแพ้ เพราะอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดอาการแพ้มาเป็นเวลานาน เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง กลิ่นควันบุหรี่ เป็นต้น โดยเฉพาะกลิ่นควันบุหรี่นั้นเป็นอันตรายอย่างมากสำหรับเด็กเล็ก เพราะจะทำให้มีโอกาสสูงที่จะทำให้เป็นโรคภูมิแพ้ได้

โรค ภูมิแพ้ ทาง เดิน หายใจ ในเด็ก

  1. เด็กเล็ก เป็นช่วงวัยที่มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้สูง เนื่องจากเด็กเล็กจะมีภาวะหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นหลายอย่าง เช่น อากาศเย็นๆ  ฝุ่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง กลิ่นควันบุหรี่ วิธีสังเกตอาการของเด็กเล็กที่อาจจะเป็นโรคภูมิแพ้ก็คือ มีอาการไอมาก ส่วนใหญ่มักจะเป็นในตอนกลางคืน มีอาการทั้งไอมีเสมหะหรือไอแห้งๆ หายใจไม่ทัน มีอาการหอบ
  2. เด็กโต ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโรคภูมิแพ้อากาศ ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจส่วนบน โดยทั่วไปแล้ว อาการที่สังเกตได้ในเด็กโตก็คือ คัดจมูก จาม มีน้ำมูก หายใจไม่ออก นอนกรน เป็นต้น

อาการแทรกซ้อนที่ต้องระวังหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี

เมื่อเป็นโรค ภูมิแพ้ ทาง เดิน หายใจแต่ไม่ได้เข้ารับการรักษาหรืออยู่กับสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ที่มีตัวกระตุ้นทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ จะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่จะทำให้อาการนั้นทรุดหนักยิ่งกว่าเดิม นั่นก็คือ ไซนัสอักเสบ ภาวะนอนกรน  และโรคหอบหืด

  • ไซนัสอักเสบ ในเด็กหากเป็นหวัด มีน้ำมูก และรักษาไม่หายขาด หรือใช้เวลาในการรักษานานเกินไป ประกอบกับเด็กเป็นโรค ภูมิแพ้ ทาง เดิน หายใจ อยู่แล้ว อาจจะทำให้เป็นไซนัสอักเสบได้
  • ภาวะนอนกรน เกิดจากต่อมอะดีนอยด์และต่อมทอนซิลโต ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้น สำหรับเด็กที่มีภาวะนอนกรน เด็กอาจมีอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ในระหว่างนอนหลับ แน่นอนว่าทำให้สมองขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ส่งผลต่อสมอง หัวใจ และพัฒนาในส่วนอื่นๆได้
  • โรคหอบหืด เป็นอาการแทรกซ้อนของโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจในส่วนล่าง ซึ่งอาการนี้จะต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

วิธีการรักษาโรค ภูมิแพ้ ทาง เดิน หายใจ

  1. ปรับและเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม หากคุณรู้ว่าสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการแพ้คืออะไรก็ควรหลีกเลี่ยง เช่น แพ้ขนสัตว์ ก็ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ ไม่ให้สัตว์เข้าบ้าน และไม่เล่นกับสัตว์ชนิดที่ทำให้เกิดอาการแพ้ และถ้าหากแพ้ฝุ่น ก็ควรที่จะทำความสะอาดที่อยู่เป็นประจำ เพื่อลดปริมาณฝุ่นสะสม ทั้งใน บ้าน ที่นอน รถ เป็นต้น
  2. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างพอดี และต่อเนื่อง จะช่วยทำให้คุณมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงขึ้นได้ และอย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ และทานอาหารที่เป็นประโยชน์ด้วย
  3. ใช้ยาในการรักษา ในรายที่มีอาการหนักมาก ต้องมีการใช้ยาร่วมด้วย เช่น ยาพ่นขยายหลอดลม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำแนะนำในการใช้ยาของแพทย์และควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด