ฮิตฮอตมากสำหรับโรคภูมิแพ้ บอกเลยว่าในขณะนี้มีผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้เยอะมากๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่บางคนเกิดมาก็เป็นภูมิแพ้เสียแล้ว นั่นก็อาจจะเป็นเพราะมีพันธุกรรมจากครอบครัวที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว หรืออาจจะมาจากสาเหตุอื่นๆก็เป็นได้ และด้วยความที่เป็นภูมิแพ้กันเยอะมาก วันนี้เราก็จะหยิบเอาข้อมูลที่ว่า โรคภูมิแพ้ มีอะไรบ้าง มาแนะนำกัน เรามาดูกันสิว่า อาการที่เราเป็นอยู่นั้นมีความเสี่ยงหรือไม่ และถ้าใช่เราเป็นโรคภูมิแพ้แบบไหนกันแน่ ไปดูกันเลย

โรคภูมิแพ้ เป็นอย่างไร

โรคภูมิแพ้ คือ การที่ร่างกายได้รับสารกระตุ้นที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และร่างกายมีปฏิกิริยาไวต่อสารกระตุ้นเหล่านั้น ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ขึ้นมานั่นเอง ซึ่งสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น อาหาร อากาศ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป สารเคมี ฝุ่น ควัน ขนสัตว์ แมลง ละอองเกสรดอกไม้

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นโรคภูมิแพ้

  1. พันธุกรรม โดยผู้ที่เป็นจะมีคนในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว โดยส่งผลทางพันธุกรรมทำให้มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้มากกว่าปกติ
  2. สภาพแวดล้อมเป็นเหตุ อาจจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้มาเป็นเวลานาน เช่น ฝุ่น ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ สารเคมี เป็นต้น
  3. เกิดจากสิ่งที่ไม่คาดคิด เช่น อากาศที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน การพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น

โรคภูมิแพ้ มีอะไรบ้าง

1. โรคภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจจะเกี่ยวข้องกับอวัยวะจมูก และหลอดลม สำหรับผู้ที่เป็นจะมีอาการ คือ น้ำมูกไหล จาม ไอ กลืนน้ำลาย และอาหารลำบาก หายใจไม่สะดวกหรือหายใจเร็ว คันตา น้ำตาไหลร่วมด้วยโดยปกติแล้วผู้ที่เป็นภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจนั้นจะสัมผัสต่อสิ่งกระตุ้นได้ไวกว่าผู้อื่นผ่านทางการหายใจโดยเฉพาะ ฝุ่น ขนสัตว์ และอากาศ

2.โรคภูมิแพ้อากาศ ผู้ที่เป็นจะมีอาการเมื่ออยู่ในห้องแอร์ หรือสถานที่ที่เย็นจัดและมีความชื้น โดยอาการที่แสดงออกมาก็คือ คัดจมูก น้ำมูกไหล จามบ่อยๆ  หูอื้อ แสบตาและอาจมีน้ำตาไหลมาก บางคนอาจคิดว่าอาการแพ้อากาศเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าหากอาการรุนแรงขึ้นและไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องอาจเกิดโรคแทรกซ้อนได้ เช่น โรคไซนัส โรคหลอดลมอักเสบ ผนังคออักเสบ โรคหอบหืด เป็นต้น

3.โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง อาการนี้มักจะพบมากในเด็กเล็ก โดยอาการที่แสดงออกมาก็คือ มีผื่นแดง เป็นผด รู้สึกคันตามผิวหนัง ผิวแห้ง ผิวหนังมีตุ่มแดง หรือมีตุ่มน้ำเหลืองขึ้น เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นเยอะๆ  สารเคมี หรืออาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้

4.โรคภูมิแพ้ขึ้นตา สำหรับอาการคือ จะมีอาการคันที่ดวงตา ตาแดง น้ำตาไหล เคืองตา ยิ่งขยี้ตายิ่งคัน สาเหตุที่ทำให้อาการกำเริบก็จะเป็นพวก ฝุ่นละอองที่อยู่ในอากาศเข้ากระทบดวงตาทำให้เกิดอาการแพ้ การใส่คอนแทคเลนส์ก็ทำให้เกิดอาการแพ้เช่นกัน อาการภูมิแพ้ขึ้นตาต้องระวังให้ดีและรักษาอย่างถูกวิธี เพราะถ้าเป็นขั้นรุนแรงอาจทำให้ตาบอดได้

5.โรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินอาหาร อาหารยอดฮิตที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ คือ นม ถั่ว ไข่ อาหารทะเล ผงชูรส เป็นต้น ในรายที่แพ้ไม่มากผู้ป่วยจะมีปฏิกิริยาภายใน 2 ชั่วโมง แต่ในรายที่แพ้มากผู้ป่วยจะมีปฏิกิริยาทันทีหลังรับประทานเข้าไป แม้ว่าจะรับประทานเข้าไปในปริมาณที่เล็กน้อยก็ตาม ทางด้านของอาการ คือ คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ปากบวม คอบวม ท้องอืดหอบหืด หายใจไม่ออก เป็นผื่นคัน เป็นต้น ในรายที่มีอาการแพ้รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นในการรับประทานอาหารควรตรวจสอบให้ดีว่าไม่มีสิ่งที่คุณแพ้เป็นส่วนประกอบ

การรักษาโรคภูมิแพ้

  1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง หลีกเลี่ยงต่อสิ่งกระตุ้นที่ก่อให้เกิดการแพ้ พร้อมทั้งรักษาความสะอาดอยู่เสมอ
  2. ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยเสริมภูมิต้านทาน
  3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและไม่เครียด
  4. รับประทานยาแก้แพ้ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

ลองตรวจสอบตัวเองดูกันซิว่า มีอาการข้างต้นหรือไม่และเข้าข่ายโรคภูมิแพ้ชนิดใด เพื่อหาวิธีดูแลตนเองให้ห่างไกลจากอาการภูมิแพ้เหล่านี้